ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดพิเศษนำคณะสื่อมวลชนไทย ร่วมผจญภัยกับเส้นทางสุดท้าทายในประเทศเวียดนามเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน กับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง นอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้สัมผัสบรรยากาศอันสวยงามของมุยเน่ เมืองรีสอร์ตบนชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม ภายใต้ธีม ‘Ranger Raptor: Arabian in Mui Ne’ และยังได้ผจญภัยบนเส้นทางที่หลากหลายซึ่งเหมาะแก่การทดสอบเครื่องยนต์เทอร์โบคู่และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดของเรนเจอร์ แร็พเตอร์
ด่านทดสอบในวันแรกมีทั้งหมด 7 สถานีออฟโรด
- HDC MODE – ทางลงเนินยาว
- SUSPENSION – ทางลงบ่อโคลน
- SLOPE – ขึ้น – ลง เนินชัน เอียง 45 องศา
- REBOUND REBUMP – ไต่ขอบบ่อ
- BAJA MODE – ทางฝุ่นยาว
- DIFF LOCK – ร่องน้ำธรรมชาติ ยาว ลึก
- GRAVEL MODE – เนินชัน
การทดสอบรถในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อพิสูจน์ความแกร่งของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขับแบบออฟโรด ทดสอบช่วงล่าง และการขับขี่ที่สะดวกสบาย ซึ่งการทดสอบนี้มีการทดสอบความสามารถในด้านต่างๆของตัวรถกับสนามทดสอบสุดโหด เช่น การทดสอบ “ระบบ Terrain Management System (TMS)” โหมดการขับขี่อันล้ำสมัยถึง 6 รูปแบบ เราได้ลองทดสอบ “โหมดบาฮา” บนเส้นทางทรายและสภาพแวดล้อมที่เป็นทรายซึ่งทั้งลื่นและขรุขระ โดยระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง
หลังจากนี้เราได้ขับรถไปจุดชมวิวต่อที่ โด่ย ก่อ ฮอง ระหว่างทางที่ขับไปยังได้ทดสอบ “ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control” ซึ่งมีหน้าที่ปรับความดันเบรกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการควบคุมการลื่นไหลและรักษาความเร็วให้คงที่เมื่อขับขี่ลงทางลาดชัน ทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่และมีความมั่นใจมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบระบบกันสะเทือนที่พัฒนามาเพื่อสามารถรองรับการขับขี่ความเร็วสูงของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยมีโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการพิชิตทุกเส้นทางหฤโหด ถึงแม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูงอยู่ก็ตาม ช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น
ในระหว่างการเดินทางนั้นถึงแม้ว่าเส้นทางจะลื่นและขรุขระ แต่ด้วย “ระบบล็อคเฟืองท้ายไฟฟ้า” ของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ส่งแรงบิดเครื่องยนต์เต็มกำลังไปยังล้อหลังทั้ง 2 ล้อถึงแม้ว่าล้อใดล้อหนึ่งจะไม่ได้อยู่บนพื้นก็ตาม
ในด่านสุดท้ายก่อนหมดกิจกรรมของวันแรก เราได้ทดสอบ “โหมดกรวด” ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้นพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สอง ลดโอกาสการลื่นไถลของล้อรถให้น้อยที่สุด ทั้งยังมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ทั้งลื่นและพื้นผิวไม่เท่ากัน
และกิจกรรมของวันต่อมา คาราวาน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เดินทางไปยังเมืองมุยเน่ ด้วยระยะทางประมาณ 205 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลพอสมควรทำให้อาจเกิดอาการเหนื่อยล้า ฟอร์ด เรนเจอร์ แร๊พเตอร์ ได้นำ “ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)” มาช่วยในการขับขี่ในระยะทางไกลทำไมมีความมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ “ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)” ที่จะคอยช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อต้องขับผ่านเส้นทางที่มีการจราจรพลุกพล่าน และเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ในเวียดนาม
กิจกรรมด่านสุดท้ายของการทดสอบคือ “ทะเลทรายขาวมุยเน่ หรือ White Sand Dunes” เป็นการทดสอบบนเนินทราย ซึ่งรถแต่ละคันจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที ในการขับจากจุดเริ่มต้น ถึงจุดสุดท้าย
สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยการใช้ “โหมดทราย” ในการขับรถในทะเลทรายที่ทั้งลึกและยวบ ข้ามภูมิทัศน์อันแห้งแล้งของสิ่งมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ของที่นี่ ซึ่งระบบ TMS ให้การตอบสนองของรถ เพื่อป้องกันการลื่นไถลและรักษาโมเมนตัมที่ดีที่สุดด้วยการรักษาเกียร์ต่ำและแรงบิดให้อยู่ในระดับสูง
เมื่อการทดสอบตลอด 2 วันสิ้นสุดท้าย เราจึงปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ธีมอาหรับราตรี พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันสวยงามริมทะเลทรายมุ่ยเน่ เพื่อเปิดโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์สุดประทับใจ ทั้งในด้านสมรรถนะและประสิทธิภาพของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์
**ระบบ Terrain Management System (TMS) เป็นโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ถึง 6 รูปแบบ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดจากปุ่มบนพวงมาลัย
โหมดการขับขี่ทางเรียบ
- โหมดปกติ – เน้นความสบาย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน
- โหมดสปอร์ต – ตอบโจทย์ผู้ที่มีใจรักการขับขี่ทางเรียบ เน้นการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและฉับไว การตอบสนองคันเร่งที่ดี
โหมดการขับขี่ออฟโรด
- โหมดหญ้า/กรวด/หิมะ – ออกแบบมาสำหรับเส้นทางที่มีพื้นผิวลื่นและเป็นหลุมบ่อ โดยระบบจะทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลขึ้นพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่ 2 จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการลื่นไถลของล้อ
- โหมดโคลน/ทราย – ระบบจะปรับการตอบสนองของระบบควบคุมการลื่นไถลให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่มีความลึกและสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างพื้นทรายและโคลน ด้วยการใช้เกียร์ที่มีแรงบิดสูง
- โหมดหิน – ใช้เมื่อขับขี่บนพื้นผิวในเขตภูเขาที่ลาดชัน ต้องใช้ความเร็วต่ำ และเน้นการควบคุมให้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ
- โหมดบาฮา – ระบบจะปรับการตอบสนองของเครืื่องยนต์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ออฟฟโรดด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทราย โดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงาน เพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์ รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ระบบจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ลงได้เร็วกว่าเดิม